Prawpun's profile::: Hua :::PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    November 10

    เฮ้อ...เฮ้ ...ฮ่า..

     
    เหมือนทุกวันก็ซ้ำๆๆเดิมๆๆแต่ทำไมฮั้วยังรู้สึกว่ามันแตกต่าง
    ..
    เหงาอีกแล้วหรอเรา
    เปนบ้าอารายอีกเนี่ย แย่จิง
    November 08

    ::: Hua ::: rain

     

    แล้วฤดูฝนละ ... รู้สึกอย่างไร คะ
    จะรู้สึกหนาวสั่น...  เหมือนกันบ้างไหม......??

     

    November 04

    ลอยกระทง

    ที่คณะเภสัชฯของฮั้วก็มีกิจกรรมวันลอยกระทงเหมือนกันค่ะ  ไม่ว่าจะเป็นการเดินขบวนพาเหรด หรือแม้แต่การทำกระทงส่งเข้าประกวด
    ย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งก็ผ่านมาไม่นาน กลุ่มของฮั้วก็ได้รับหน้าที่ให้ทำกระทงเช่นเดียวกัน
    ผลปรากฏว่าได้รางวัลสวยงามเป็นรองอันดับที่หนึ่ง คริๆ เพราะกระทงที่ทำดันเบี้ยวซะนี่
    ปีนี้การออกแบบของกระทงแตกต่างจากปีที่แล้วนิดหน่อย เพราะทำเป็นรูปหงไฟ... ซึ่ง...
    ผลก็ออกมารูปร่างหน้าตาเป็นแบบนี้คะ
    ..

    • .. วัสดุที่ใช้ในการทำ ประกอบด้วย
       ฟางข้าว เพื่อประกอบเป็นโครงร่างของตัวหงษ์
      ซังข้าวโพดที่ย้อมสีจากธรรมชาติ เช่น สีเหลืองจากขมิ้น สีเขียวจากใบเตย ล้อเล่นน่า ทุกอย่างมาจากสีผสมอาหารค่ะ
      และก็ใบตอง แม็ก กรรไกร เข็ม ด้าย ไหม และฝึมือระดับช่าง จากบรรดาเพื่อนๆ
      และที่ขาดไม่ได้ก็คือ อาจารย์ภูธรและพี่โสภา ที่คอยเฝ้าเพื่อไม่ให้หงษ์กลายเป็นไก่ อิอิ ๆๆ

    • เนื่องจากฮั้วมีความสามารถในการเย็บปักถักร้อยน้อยมากดังนั้นฮั้วก็เลยมีหน้าที่เป็นคนพับซังข้าวโพดเป็นอันเล็กๆๆให้เพื่อนเย็บกัน
    • ใช้เวลาเสร็จสิ้นในการทำคือ สามวัน สองคืน  ขอบตาดำเลย   ( แถมวันจันทร์ตื่นไม่ทันไปเรียนด้วย ) แฮ่
    • ประกาศผลประกวดกระทงคืนนี้เองคะ รางวัลที่ได้ก็คือ....

    เย้ เย้ เย้ ....................................

     

    September 27

    ::: Hua ::: ใกล้จะตายแร้ะ

    วันนี้ฮั้วมีสอบด้วยล้ะ

    อาจารย์ใจดีมากมาย ไม่งกด้วย

    ให้โจทย์ฮั้วมาสามบรรทัด แถมกระดาษปล่าวให้ตั้งสิบแผ่นแน้ะ แฮ่..

    ..

    ..

    เขียนตอบไปเจ็ดหน้าเมื่อยมือ ม๊ากกกกก!!!!!!!!!!!!

     

    ..

    อาจารย์ต้องรักพวกเรามากแน่แน่ ..

    ปล่อยกระดาษมาให้ฮั้วแต่งเเต้มจินตนาการเพียบเยยคะ

    แฮ่

    September 05

    Troble is a friend

    เมื่อถึงวันที่จะต้องสอบ Pharmacognosy ครั้งที่สองมาถึง
    เห้อ... แต่ฮั้วยังไม่พร้อมเนี่ยะนะสิ
    ไหนจะงานเยอะ ไหนจะต้องแปลเปเปอร์อีก
    หือ... ไม่มีเวลาอ่านหนังสือที่จะต้องสอบเล๊ยยยยยยยยยย

    .. ข้อความด้านบน ฮั้วหลอกตัวเองหละ !
    เพราะในความเป็นจริงแล้วนั้น ฮั้วมีเวลาตั้งมากมาย เพียงแค่ฮั้วไม่ได้อ่านหนังสือ
    เพราะมัวแต่เล่นเกมส์ใน facebook เนี่ยะนะซี๊!!!!!!
    บ้าที่สุดเล๊ย! ใครก็ได้ช่วยฮั้วทีๆ


    anyone helps me, pleaseeeeee ee   :(

    ...
     

     

    September 02

    ::: โตแร้วว ว :::

    q((O)_(O))p..(F)(I).." I don't want to remember the thing we used to do ".. (I)(F)..q((L)_(L))p พูดว่า:
                                
                                 *วันเกิดเค้าปีนี้ 
                                 *อวยพรให้ด้วยละ
                                 *ใกล้ถึงละนะ

    q((O)_(O))p..(F)(I).. " การมีคนเข้าใจและรักเราแบบนี้มันดีจัง ทำให้เราไม่ต้องเหนื่อยใจใส่หน้ากากไปมา " .. (I)(F)..q((L)_(L))p พูดว่า:
                                 *ได้
    q((O)_(O))p..(F)(I).." I don't want to remember the thing we used to do ".. (I)(F)..q((L)_(L))p พูดว่า:
                                 *8 กันยา ตรงกะวันอังคารด้วย
    q((O)_(O))p..(F)(I).. " การมีคนเข้าใจและรักเราแบบนี้มันดีจัง ทำให้เราไม่ต้องเหนื่อยใจใส่หน้ากากไปมา " .. (I)(F)..q((L)_(L))p พูดว่า:
                                 *ถ้าอวยพรก็อยากให้สุขภาพแข็งแรงนะ
                                 *ที่เหลือค้างไว้ก่อน

    q((O)_(O))p..(F)(I).." I don't want to remember the thing we used to do ".. (I)(F)..q((L)_(L))p พูดว่า:
                                 *ขอพรให้ป๊อปรู้สึกดีกะเราเรื่อยไปได้ป่ะ
                                 *อิอิ >_<

    q((O)_(O))p..(F)(I).. " การมีคนเข้าใจและรักเราแบบนี้มันดีจัง ทำให้เราไม่ต้องเหนื่อยใจใส่หน้ากากไปมา " .. (I)(F)..q((L)_(L))p พูดว่า:
                                 *จะโทรไปอวยพรอีกที
    q((O)_(O))p..(F)(I).." I don't want to remember the thing we used to do ".. (I)(F)..q((L)_(L))p พูดว่า:
                                 *คั๊ฟป๋ม.... จะรอนะ
    q((O)_(O))p..(F)(I).. " การมีคนเข้าใจและรักเราแบบนี้มันดีจัง ทำให้เราไม่ต้องเหนื่อยใจใส่หน้ากากไปมา " .. (I)(F)..q((L)_(L))p พูดว่า:
                                 *เราว่าตอนนี้เรารู้สึกดีกว่าตอนเราคบกันอีก
    q((O)_(O))p..(F)(I).." I don't want to remember the thing we used to do ".. (I)(F)..q((L)_(L))p พูดว่า:
                                 *กำ!
                                 *ตอนนั้น มันทรมารมากเลยหลอ 
                                 *555

    q((O)_(O))p..(F)(I).. " การมีคนเข้าใจและรักเราแบบนี้มันดีจัง ทำให้เราไม่ต้องเหนื่อยใจใส่หน้ากากไปมา " .. (I)(F)..q((L)_(L))p พูดว่า:
                                 *ไม่ใช่อย่างนั้น
                                 *นะ
                                 *ก็ประมาณว่า
                                 *มันสบายใจที่จะคุยอะไรก็ได้
                                 *ประมาณนี้
                                 *เพราะ ฮั้วเป็นคนคุยเก่งมาก

    q((O)_(O))p..(F)(I).." I don't want to remember the thing we used to do ".. (I)(F)..q((L)_(L))p พูดว่า:
                                 *อื้ม.. ทำใจอยุ่พักใหญ่ แต่ตอนนี้ก้อ ok ละ
    q((O)_(O))p..(F)(I).. " การมีคนเข้าใจและรักเราแบบนี้มันดีจัง ทำให้เราไม่ต้องเหนื่อยใจใส่หน้ากากไปมา " .. (I)(F)..q((L)_(L))p พูดว่า:
                                 *เราเลยอยากคุยด้วยหลายๆเรื่อง
                                 *ย้ำนะ
                                 *ว่าคุยเก่งมาก
                                 *อิอิ

    q((O)_(O))p..(F)(I).." I don't want to remember the thing we used to do ".. (I)(F)..q((L)_(L))p พูดว่า:
                                 *-.-' 
                                 *คุยเก่งกะพุดมากมันเหมือนกันไหมเล่า?

    q((O)_(O))p..(F)(I).. " การมีคนเข้าใจและรักเราแบบนี้มันดีจัง ทำให้เราไม่ต้องเหนื่อยใจใส่หน้ากากไปมา " .. (I)(F)..q((L)_(L))p พูดว่า:
                                 *ไม่ต่างเลยล่ะ
    q((O)_(O))p..(F)(I).." I don't want to remember the thing we used to do ".. (I)(F)..q((L)_(L))p พูดว่า:
                                 *ก้อดีใจ ที่มีอารายป๊อปก้อยังนึกถึงอะนะ
    q((O)_(O))p..(F)(I).. " การมีคนเข้าใจและรักเราแบบนี้มันดีจัง ทำให้เราไม่ต้องเหนื่อยใจใส่หน้ากากไปมา " .. (I)(F)..q((L)_(L))p พูดว่า:
                                 *อืม
                                
    *เราจะมีโอกาสกลับมาคบกันได้ไหม
                                 *เรื่องอนาคตเนอะ

    q((O)_(O))p..(F)(I).." I don't want to remember the thing we used to do ".. (I)(F)..q((L)_(L))p พูดว่า:
                                 *เปนแบบนี้ก้อดีแล้ว

                                 *ถ้ามันใช่ก้อคงใช่ไปนานแระละ .. แต่ตอนนี้มันไม่ใช่ เราก็เป็น อะไรดี??  พี่น้องละกัน
    q((O)_(O))p..(F)(I).. " การมีคนเข้าใจและรักเราแบบนี้มันดีจัง ทำให้เราไม่ต้องเหนื่อยใจใส่หน้ากากไปมา " .. (I)(F)..q((L)_(L))p พูดว่า:
                                 *ไม่เอาได้ป่ะ
                                 *พี่น้อง
                                 *อยากเป็นเพื่อน
                                 *อิอิ
                                 *เพราะไม่อยากเรียกพี่
                                 *อิอิ
                                 *ไม่คุ้น

    q((O)_(O))p..(F)(I).." I don't want to remember the thing we used to do ".. (I)(F)..q((L)_(L))p พูดว่า:
                                 *โหย.. ปีนเกลียวจะเปนเพื่อนเรอะ  
                                 *เปนน้องป๊อปอะดีแระ น่ารักดี
                                 *น้องป๊อป น้องป๊อปๆ

    q((O)_(O))p..(F)(I).. " การมีคนเข้าใจและรักเราแบบนี้มันดีจัง ทำให้เราไม่ต้องเหนื่อยใจใส่หน้ากากไปมา " .. (I)(F)..q((L)_(L))p พูดว่า:
                                 *คิดไปคิดมาก็น่ารักดีจริงๆ
    q((O)_(O))p..(F)(I).." I don't want to remember the thing we used to do ".. (I)(F)..q((L)_(L))p พูดว่า:
                                 *น้องป๊อป (  จมูกแบน ปากกว้าง )ของพี่ฮั้วว 
                                 *55555 
                                 *นอนได้แล้ว เด็กน้อย

    q((O)_(O))p..(F)(I).. " การมีคนเข้าใจและรักเราแบบนี้มันดีจัง ทำให้เราไม่ต้องเหนื่อยใจใส่หน้ากากไปมา " .. (I)(F)..q((L)_(L))p พูดว่า:
                                 *โหยเด็กโต

    August 23

    ติชมหน่อยนะคะ ว่าเขียนเป็นอย่างไรบ้าง??

    Concept paper

    เรื่อง  สถานการณ์ของผู้แทนยากับการพัฒนาวิชาชีพเภสัชกร

    หลักการและเหตุผล           

                    เนื่องจากผู้แทนยาเป็นบทบาทและหน้าที่ของเภสัชกรวิชาชีพ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าผู้แทนยาไม่ใช่แค่ให้รายละเอียดของยา แต่ต้องมีความรู้ทางด้านการตลาดและเวชภัณฑ์ทางด้านยาควบคู่กันด้วย แต่ในปัจจุบันพบว่าจากการทำงานของผู้แทนยานั้นได้พบปัญหาในหลาย ๆ ด้าน เช่น การกระทำที่ผิดจรรยาบรรณ การเร่งให้แพทย์จ่ายยาแก่ผู้ป่วยเพื่อทำยอดขายของยาตัวนั้น หรือแม้แต่การให้บริการกับแพทย์มากเกินไปจนละเลยหน้าที่ในการให้ข้อมูลของยา
    อีกทั้งบริษัทยาบางบริษัทมีความคิดเห็นแก่ผู้แทนยาที่มาจากเภสัชกรวิชาชีพ และผู้แทนยาที่มาจากบุคคลทั่วไปว่าไม่มีความแตกต่างกันทางด้านการทำงาน สถานการณ์ดังที่กล่าวทำให้เกิดมุมมองเกี่ยวกับปัญหาดังกล่าวขึ้นมา
    คือ มีเภสัชกรกลุ่มหนึ่งที่มองว่า ให้ยกเลิกผู้แทนยาออกไป เพราะคิดว่าไม่ใช่วิชาชีพ และมองว่านี่คือปัญหาที่พบ ซึ่งมุมมองแบบนี้เป็นการปฏิเสธปัญหาที่เกิดขึ้น
    เภสัชกรวิชาชีพอีกกลุ่มมองว่า ปัญหาดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นจริงแต่อย่างไรก็ตามน้อมรับปัญหาและหาทางพัฒนาและแก้ไขปัญหาเหล่านั้น โดยอยู่ภายใต้ความคิดที่ว่า ผู้แทนยาต้องมาจากเภสัชกรวิชาชีพ

    ดังนั้นผู้วิจัยจึงหยิบยกประเด็นปัญหาข้างต้นมาทำการวิจัยในเชิงคุณภาพ เพื่อหาสาเหตุของปัญหาและหาแนวทางแก้ไขอีกทั้งการศึกษาด้านนี้จะช่วยเพิ่มคุณค่าและส่งผลต่อการพัฒนาวิชาชีพเภสัชกร

    วัตถุประสงค์ของการวิจัย

    -เพื่อศึกษาถึงปัญหาและความต้องการของเภสัชกรวิชาชีพ ที่มีต่อผู้แทนยาในปัจจุบัน
    -เพื่อเพิ่มบทบาทของผู้แทนยาวิชาชีพและพัฒนาวิชาชีพของเภสัชกรเพื่อให้วิชาชีพเภสัชกรดำรงอยู่ได้ในสังคม

    ประโยชน์ที่คาดหวังว่าจะได้รับจากการวิจัย

                     เพื่อค้นพบข้อดี ข้อเสียภายใต้แนวความคิดนั้นและนำมาสังเคราะห์ข้อมูลเพื่อมองหาจุดยืนของกลุ่มคนในแต่ละกลุ่มบุคคลที่มีความคิดเห็นแตกต่างกันเพื่อนำไปวางแผนและกำหนดนโยบายต่าง ๆ เพื่อหาแนวทางในการพัฒนาให้ดีขึ้น และเพิ่มคุณค่าให้แก่ผู้แทนยาที่มาจากเภสัชกรวิชาชีพ เพื่อพัฒนาวิชาชีพให้มีจุดยืนที่มั่นคงและมีเกียรติในสังคม
    ซึ่งผลประโยชน์จากการทำวิจัยในครั้งนี้จะเกิดขึ้นกับผู้แทนยา และ เภสัชกรวิชาชีพทุกคน

                            

    ที่นอนดึกก็เพราะเขียนconcept paper เลยนะเนี่ยะ.... เหนื่อยด้วย ...

    การเขียนอะไรที่ใช้ความคิดเนี่ย มันยากกว่าใช้ความรู้สึกเขียนเนอะ เนอะ ...

    July 31

    This One ...

     

     


    How can I put this  I.. I.. I..
    I'm an independent woman
    I've been crying like a child
    I just wanted you to know the person that I am ..More than any other of your fans
    I will love you for a thousand years
    Yours truly

    I ain't gonna play it cool...Let me tell you I've tried that already
    Everyday and every night
    Your words ring through me
    Who am I trying to fool
    Honey I've been living on my own like Freddie
    But I'm still a woman

    Baby tell me how ..How could I ever love another
    How could you say you don't remember
    God knows I'd give anything
    For just one more night together
    Today I miss you more than ever
    How could you say you don't remember
    This one's for the happiness
    I'll be wishing you forever

    It's just another Friday night
    For you and your accessory (lights)
    And there you are before my eyes..Two hours and for fifteen minutes
    You are here..I don't wanna scream..Lest I should tear
    A whisper in the darkness disappears
    Sincerely
    How could I ever love another
    How could you say you don't remember
    God knows I'd give anything....For just one more night together
    Today I miss you more than ever
    How could you say you don't remember
    This one's for the happiness...I'll be wishing you forever
    You got me crying like a child...Ain't no need for me to lie
    A hundred jpeg files...Filling up my hard drive
    You got me crying like a child...And the crowd is going wild
    This one..This is the one
    Come on and give it up

    July 26

    รู้ไหม..ทำไม

    เธอมองว่าฉันผิด ที่คิดมอบใจให้เขาไป
    เธอควรต้องเข้าใจ เธอก็ผิดเหมือนกัน
    เธอรู้ไหม ทำไมฉันจึงรักเขา
    เธอรู้ตัวหรือเปล่าว่า
    เธอเองก็ห่างเหิน

    เธอรู้ไหม ว่าการที่ถูกหมางเมิน
    และการต้องทนเผชิญความเหงาเปล่าเปลี่ยวทุกวัน มันเกินจะทน

     

     

    July 08

    ยังไงก็แพ้..

    the next best thing
    .. ที่สองหรอ?? ..
    ตัวเลือก ตัวสำรอง ของตาย
    " แค่คำปลอบใจชัดชัด จะที่สองหรือที่สุดท้าย ยังไงก็แพ้ ... "
     
     
     
    June 23

    ไร้สาระ/// แต่สนุก

    เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาฮั้วไปเที่ยวกับต่าย(เพื่อนที่อยู่คณะแพทย์ศาสตร์ค่ะ )
    ดีใจที่สุดตรงที่ต่ายโทรมาชวนฮั้วไปเนี่ยะแหละ เพราะลำพังภาวะปกติก็แทบจะไม่ได้เจอกันเลย
    ต่ายก็เรียนหนัก ขึ้นward แล้วด้วย ไหนจะสอบอีก
    ส่วนตัวฮั้วเองก็มีงานเริ่มยุ่งแล้วเหมือนกันละน๊า

    " แก งานรับเสื้อกาวน์ของแกนี่มันวันไหนอ่ะ "
    " วันอาทิตย์นี้อ่ะต่าย แกว่างป่ะละ?? "
    " เห้ยย เราว่างวันเสาร์วันเดียวแหละแก เพิ่งสอบ ENT.เสร็จเนี่ยะ "
    " อ่าว จิงหรอ.. งี้ก็ไม่ได้มางานรับเสื้อกาวน์ฮั้วอ่ะดิ ... "
    " ล้อเล่น! ว่างยะ"
    " เย้ เย้ ... นึกว่าจะพลาดซะแล้วดิ "
    " แล้ววันเสาร์แกว่างป่ะเนี่ยะ ? "
    " ว่าง แต่ว่างตอนบ่ายนะ ทำไมหรอ ?? "
    " ไปเที่ยวกันป่ะ "
    " ไป !!! "


    ฮั้วนี่ใจง่ายชะมัดเลยอ่ะ ใครชวนไปไหนก็ไป ทั้งที่ยังไม่รู้ว่าจะไปไหนด้วยซ้ำ
    ฮั้วนัดกับต่ายตอนบ่ายโมงค่ะ เริ่มแรกกะจะไปทานอาหารอีสานกัน
    แต่รถตุ๊กๆที่พาไป ดันไม่รู้จักร้านที่เราจะทานซะงั้น
    ส่วนลำพังแผนที่เดินทางในสมองของฮั้วกับต่าย ก็ไม่มีซะด้วยสิ
    ก็เลยบอกกับตุ๊กๆว่า พาเราไปส่งที่ลีกาเด้นส์แทนละกัน ...
    ...
    ..

    ..
    ...

    มาถึงตอนนี้ ก็เกิดอาการหิวโซ กระเพาะเรียกร้องหาอาหาร
    ปากก็ร้องบอกว่า เขมือบ! อะไรเข้ามาสักอย่างซิ หิวจะแย่อยู่แล้วเนี่ยะ..
    สมองก็เกิดอาการติ๊งค์ต๊องค์ ตกลงเราจะกินอะไรกันดี...??
    วนไปวนมา คิดไปคิดมา งั้นซิลเลอร์ดีกว่า ไม่ค่อยมีแป้งจะได้ไม่อ้วน
    และแล้วก็ทำให้ฮั้วรู้ว่า ฮั้วคงคิดผิดแล้วละ
    ดันฟาดไปซะเกือบหมดร้านเลยละนะ กินกันกระเพาะช้างมากมาย
    5 5 5 5 ไม่อ้วนให้รู้ดิ จิงแมะต่าย ...

    ...
    ..


    ..
    ...

    หลังจากที่ฮั้วกับต่ายได้มอบบริการอาหารไปให้กับกระเพาะจนอิ่มหนำสำราญ
    จนตอนนี้กางเกงแทบจะปริเป็นเสี่ยงเสี่ยง ..
    ดังนั้น เราควรจะเดินช๊อปปิ้งยืดเส้นยืดสายกันซักหน่อยจะดีกว่า
    เกือบจะมุมสุดตรงชั้นที่สาม มี Teddy house น่ารักสดใสและเป็นกันเองอยู่ตรงนั้น..
    ฮั้วและต่าย อดใจไม่ไหว..
    ต่ายถามฮั้วว่า...

    " แกว่าหมีตัวไหนน่ารักที่สุดอ่ะ ? "
    " ฮั้วกวาดสายตาไปมองพร้อมกับ ชี้ไปยังหมีผูกโบว์ตัวนั้น... "

    ต่ายหยิบมันขึ้นไป และจ่ายเงินที่หน้าเคาว์เตอร์
    ที่จริงฮั้วไม่ได้เอะใจอะไรเลย ไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่าหมีตัวนั้นจะกลายมาเป็นของขวัญวันรับเสื้อกาวน์ของฮั้วเอง

    ขอบคุณนะ ที่ยอมเป็นเพื่อนกันจนถึงตอนนี้ 4 ปีแล้วดิเนอะ ..
    ...
    ..


    ..
    ...

    อยู่ดีดีก็อยากเล่า เรื่องที่เกิดขึ้นที่ห้องคาราโอเกะนั่นจัง..
    ระหว่างที่รอเวลาดูหนัง ซึ่งฮั้วกับต่ายจะดูรอบ 16.30 น. นะค่ะ
    เวลาว่างอีกเป็นชั่วโมงเลย ไปร้องเพลงกันดีกว่าต่าย
    เรื่องขำขำที่ฮั้วอยากนำเสนอก็คือว่า .. เราต่างก็ชอบฟังเพลงสากล และไม่นิยมฟังเพลงตามกระแส
    ดังนั้น เพลงที่เลือกมา ก็เลยเลือกมาโดยที่ไม่มีองค์ความรู้เกี่ยวกับเนื้อเพลงนั่นเลย
    ทำให้การเลือกเพลงของเรา ปัญญาอ่อนกันสิ้นดี ..

    เลือกเพราะเหมือนจะเคยได้ยิน
    เลือกเพราะน่าจะสนุก
    เลือกเพราะ คุ้นๆ
    เลือกเพราะไม่รู้จะร้องเพลงอะไรกัน ..


    ดังนั้น เราจึงได้เพลง ห้ามทิ้ง , มันต้องถอน, play girl ,ปู ,คำถาม....ฯลฯ
    ซึ่งต่างก็ไม่มีความสามารถมากพอที่จะร้องให้จบเพลง เลยสักครั้ง..
    ทำได้แค่เพียงมองหน้ากันและหัวเราะ

    ฮั้วอดคิดไม่ได้ว่า แท้จริงแล้วเราต้องการอะไรกัน
    ความสุขจากรอยยิ้มและเสียงหัวเราะนั้น หรือเพียงเพราะร้องตามตัวอักษรที่ปรากฏบนหน้าจอถูกต้อง..
    และหากเลือกตอบได้ ฮั้วต้องการรอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่เป็นบ่อเกิดของความสุขเหล่านั้นละนะ


    June 10

    ลัลล๊า ลัลล๊า ... สบายอารมณ์

    I love you
    I love you
    I love you
    I'm no longer afraid to say
    I love you
    I love you
    I love you
    I'm no longer afraid
    I love you

     
    ฮั้วและเพื่อนๆนั่งรถขึ้นเขาไปพร้อมเสบียงของคณะ ค่ะ
    เพราะเรารับหน้าที่เป็นสวัสดิการ ซึ่งก็ไม่ได้ทำหน้าที่อะไรสักเท่าไหร่
    จริงมั้ย? เจ๊กับหญิงเล็ก อิอิ...
    ระยะทางที่ผ่าน ก็จะได้ยินเสียงโห่ร้องดีใจต้อนรับเรา ( หรอ )
    บ้างตะโกนอย่างดีใจว่า "เอาเปรียบ"
    บ้างก็ตะโกนพูดว่า "เปลี่ยนคนมาเดินและนั่งรถกันบ้าง"
    บ้างก็โอดโอยเสียงดังว่า "ฮือ...."

    ฮั้วเข้าใจนะว่าน้องน้องเหนื่อย ซึ่งมันก็สมควรแล้วนี่
    เฟรชชี่ไม่ใช่ เรอะ? .. พวกพี่มันแก่แล้ว เรี่ยวแรงไม่มี 5555+

    ....
    ...



    ...
    ....

    หลังจากที่ฮั้วและเพื่อนเพื่อน ประกอบไปด้วยเจ๊มาตา ฉาย มิมิ กุ๊ก ขวัญ กี และก็ปาล์มมี่
    นั่งเบียดเสียดกันไปเหมือนปลากระป๋องในป๋องที่ขึ้นสนิมเรียบร้อย
    เราก็มาพักที่จุดพักค่ะ ซึ่ง... มีหนึ่งคนในกลุ่มนั่นก็คือ ฉาย
    พูดขึ้นมาว่า .... นี่ เดินไปที่จุดสูงสุดจะเห็นเมฆเลย และใช้มือจับเมฆได้ด้วย
    ด้วยความที่ ไม่รู้ และ อยากรู้ ทำให้ตัดสินใจเดินกันต่อไปที่จุดสูงสุด
    แม่เจ้า ระยะทางไม่ใช่นิดนิดเลยนะค่ะ ชันกว่าเก่าอีก
    อากาศไม่ร้อนก็จริงคะ แต่เหงื่อตกเพราะหมดแรงกันตามตามกัน ...

    ....
    ...


    ...
    ....

    ณ จุดสูงสุด .. เราได้พบเมฆป่ะ??
    ทั้งหมดมันเป็นเรื่องหลอกลวงคะ ไม่มีก้อนเมฆ ไม่มีการสัมผัสเมฆ
    เหอ เหอ ..เราทุกคน เหนื่อยปล่าว

    ไม่ใช่น่า ฮั้วล้อเล่นคะ ทุกอย่างมันก็ต้องมีความดีงามแฝงอยู่จริงไหม๊?
    ระหว่างทางที่เดินขึ้นไป มีน้องเวง น้องวี น้องหมิ่น ผู้ชายทั้งสามคนร่วมเดินทางไปด้วยคะ
    น้องหมิ่น ด้วยความที่ขายแอมเวย์ เลยแอบเชียร์ให้ฮั้วซื้อวิตามินเนี่ยะ

    แหม๋.. แม้พี่จะหน้าตาดี แต่พี่ไม่มีตังส์หรอกนะ ห้าๆๆ

    ขอบคุณน้องหมิ่นมากมายที่คอยถามไถ่ว่าฮั้วจะเดินไหวหรือป่าว ..
    นี่ถ้าน้องอุ้มพี่ได้ พี่ให้อุ้มไปแล้ว.. โค่ดเหนื่อยเลยเหอะ >_<"

    ....
    ...
    ....
    ...

    สุดท้าย ขอบคุณเพื่อนเพื่อนในกลุ่ม ทุกคนจ๊ะ...



    .
    .
    .

    ตกตอนเย็น ก็มีการเปิดตัวน้องรหัส และพี่รหัสกันค่ะ
    ซึ่งก่อนหน้าการเปิดตัวก็จะมีการแสดง ของชั้นปีที่หนึ่ง และชั้นปีที่สี่ด้วยคะ
    น้องน้องปีนี้น่ารักมากมาย แบ่งการแสดงออกเป็น group ต่างๆ
    ที่สำคัญ น้องน้องปีนี้หน้าตาดี๊ ดี แห๊ะ.. กินอะไรกันมาจ๊ะเนี่ยะ !

    ต่อมาก็มีการบายศรีรับขวัญน้องน้อง คณะเภสัชศาสตร์รุ่นที่ 31 ค่ะ
    การเปิดตัวพี่ปีนี้ ก็เป็นการไขกุญแจ โดยใช้แม่กุญแจและลูกกุญแจคะ
    น้องสาว ( น้องรหัสของฮั้ว ) หาฮั้วเจอเร็วมากมาย ...
    แม้ตอนแรกจะไขกุญแจของฮั้วไม่ออก จนทำให้ฮั้วต้องถามน้องว่า ...

    "รหัสอะไรหรอค่ะ "
    " 077 ค่ะ"
    ฮั้วก็เกิดอาการงงอ่ะสิคะ คิดในใจว่าฮั้วให้ลูกกุญแจน้องไปผิดอันหรือปล่าว
    " งั้นน้องลองไขกุญแจใหม่ดีไหม? "
    " ค่ะ "
    สุดท้าย ... ไขออกแล้วเย้ ....

    น้องรหัส ( น้องสาว ) ของฮั้ว คุยเก่งมากมาย
    พูดจ้อเลยละ ชวนคุยอย่างสนุกเลยแห่ะแห่ะ
    ที่สำคัญ ขอบคุณสำหรับของขวัญ thank you ที่มอบให้พี่ด้วยน๊า
    ฮั้วดีใจมากมาย มันไม่ใช่เพราะว่าน้องซื้อของให้
    แต่เพราะว่า ของที่น้องสาวให้นั้นผ่านการสืบหาว่าฮั้วชอบอะไรต่างหาก

    "ดีใจ ที่รู้ว่าฮั้วชอบหมีพูห์และซื้อกล่องดินสอพูห์ให้ละน๊าาๆๆๆๆ "




    ...
    ....

    จบท้ายการเปิดตัวกันไปด้วยสเต๊กนานาชนิดค่ะ
    ที่จริงเรามากินกันผิดเวลานิดนึงอ่ะนะ .. พิเรนจริงๆที่มาเลี้ยงน้องตอนห้าทุ่มเนี่ยะ
    กว่าจะเสร็จสิ้นก็ปาเข้าไปหลังเที่ยงคืน ..... แฮ่ !!!!....
    June 05

    บางครั้งก็เซ็งกับเรื่องงี่เง่าแบบนี้จริงๆ ..

    ฮั้วจะไม่แคร์เลยนะ หากพูดเรื่องฮั้วต่อหน้าฮั้ว ..
    อยากรู้อะไรก็ถามฮั้วสิ ไม่เห็นต้องไปลำบากคนอื่นที่อยู่รอบข้างฮั้วเลย
    ( ฮั้วเกลียดเปลือกที่ครอบคลุมตัวเธอไว้ )
    และฮั้วก็เกลียดหน้ากากที่เธอใส่เข้าหาฮั้วด้วย ...



    q((O)_(O))p..(F)(I).." You can be anything in this world,But tonight You're gonna be my dancer ".. (I)(F)..q((L)_(L))p พูดว่า:
    *เจ๊ๆๆ
    *พุ่งเน้ใส่ขาสั้นหรือยาวอ่า

    *~º•°o.O O.o°•... ::: _ T A R N ™_ ::: ...•°o.O O.o°•º~* (อะไรที่อยู่ในใจก็เก็บเอาไว้ มันมีความสุขแค่นี้ก็ดีมากมาย) พูดว่า:
    *ยาวจ้า
    q((O)_(O))p..(F)(I).." You can be anything in this world,But tonight You're gonna be my dancer ".. (I)(F)..q((L)_(L))p พูดว่า:
    *อ่าเค ๆ
    *เจ๊
    *เค้ามีเรื่องตลกเล่าให้ฟัง
    *เมื่อกี๊พี่นุช( พี่เมท ) เล่าให้ฮั้วฟังว่า xxx ถามพี่นุชว่า เมทพี่นุชอ่านหนังสือมากหรือป่าว
    *น่าแปลกอ่าเจ๊ ขนาดนี้เลยหรอ ...

    *~º•°o.O O.o°•... ::: _ T A R N ™_ ::: ...•°o.O O.o°•º~* (อะไรที่อยู่ในใจก็เก็บเอาไว้ มันมีความสุขแค่นี้ก็ดีมากมาย) พูดว่า:
    *เหอ ๆ
    q((O)_(O))p..(F)(I).." You can be anything in this world,But tonight You're gonna be my dancer ".. (I)(F)..q((L)_(L))p พูดว่า:
    *อิงเกณ นะเนี่ยะ !!
    *พี่นุชบอกไปว่า ก็อ่านบ้างหลับบ้างดูหนังบ้าง
    *ฮั้วเลยบอกพี่นุชว่า ถ้าเค้าถามอีก ให้บอกไปว่าอ่านเยอะมาก ทั้งวัน กลางคืนก็นอนดึก
    *ไปเรย ^^

    *~º•°o.O O.o°•... ::: _ T A R N ™_ ::: ...•°o.O O.o°•º~* (อะไรที่อยู่ในใจก็เก็บเอาไว้ มันมีความสุขแค่นี้ก็ดีมากมาย) พูดว่า:
    *เอิ้ก ๆ
    q((O)_(O))p..(F)(I).." You can be anything in this world,But tonight You're gonna be my dancer ".. (I)(F)..q((L)_(L))p พูดว่า:
    *เหอๆ
    *~º•°o.O O.o°•... ::: _ T A R N ™_ ::: ...•°o.O O.o°•º~* (อะไรที่อยู่ในใจก็เก็บเอาไว้ มันมีความสุขแค่นี้ก็ดีมากมาย) พูดว่า:
    *มันก็แปลกอย่างที่ฮั้วว่าจริงๆ อ่าแหละ
    q((O)_(O))p..(F)(I).." You can be anything in this world,But tonight You're gonna be my dancer ".. (I)(F)..q((L)_(L))p พูดว่า:
    *นั่นนะสิ สนิทกันหรือก็ไม่ใช่
    *ยังกล้าถาม จากเมทฮั้วอีก -.-'
    *และก็เพิ่งจะต้นเทอมเองอ่าเจ๊
    * จิงจังอารายขนาดนั้นเนี่ยะ
    *ลองบอกว่าไม่อ่านดิ ก็ไม่เชื่ออีก
    บอกว่าอ่านเยอะก็จะเปนการไซโคลเพื่อน ฮั้วเลยบอกว่าพี่นุขไซโคไปเรย ให้เครียดโลกแตกปาย
    *อิอิ เราก้อสบาย ..

    *~º•°o.O O.o°•... ::: _ T A R N ™_ ::: ...•°o.O O.o°•º~* (อะไรที่อยู่ในใจก็เก็บเอาไว้ มันมีความสุขแค่นี้ก็ดีมากมาย) พูดว่า:
    *เราว่าดีอีกนะ ถ้าเรารู้ว่าเพื่อนเราอ่านเยอะ จาได้เป็นที่เชิดหน้าชูตาของคณะ
    เผื่อได้คะแนนสอบสภาเป็นลำดับที่ 1 แต่เราคงไม่ถามอ่านะ เหอๆ

    q((O)_(O))p..(F)(I).." You can be anything in this world,But tonight You're gonna be my dancer ".. (I)(F)..q((L)_(L))p พูดว่า:
    *คือฮั้วมองว่าเปนเรื่องของบุคคลแล้วอ่าเจ๊ ณ ตอนนี้ เราแข่งกับตัวเอง
    *ไม่ได้แข่งกับเพื่อนเลย

    *~º•°o.O O.o°•... ::: _ T A R N ™_ ::: ...•°o.O O.o°•º~* (อะไรที่อยู่ในใจก็เก็บเอาไว้ มันมีความสุขแค่นี้ก็ดีมากมาย) พูดว่า:
    *อืม ดีแล้วๆๆ
    *เราก็เหมือนกันอ่า เฉยๆ แร้ว
    *เราแข่งกะตัวเอง
    *แข่งเพื่อรฃตอนสอบสภาอ่ะ

    q((O)_(O))p..(F)(I).." You can be anything in this world,But tonight You're gonna be my dancer ".. (I)(F)..q((L)_(L))p พูดว่า:
    *นั่นสิ ก็เลยขำขำกับพี่นุชปาย
    *~º•°o.O O.o°•... ::: _ T A R N ™_ ::: ...•°o.O O.o°•º~* (อะไรที่อยู่ในใจก็เก็บเอาไว้ มันมีความสุขแค่นี้ก็ดีมากมาย) พูดว่า:
    *ไม่ได้คิดเรื่องเพื่อนเรย ต่อให้ไม่องเกณฑ์ ก็ไม่สนอ่ะ
    q((O)_(O))p..(F)(I).." You can be anything in this world,But tonight You're gonna be my dancer ".. (I)(F)..q((L)_(L))p พูดว่า:
    *เพิ่งรู้ว่า ร้าน jeffer เจ้าของร้านเป็นเพื่อนกับพี่นุช
    *พี่นุชบอกว่าให้ฮั้วพาเพื่อนสวยๆไป แล้วขอกินฟรี
    *เจ้าของร้าน โค่ด ม่อ รับรองได้กินฟรีแน่ๆ
    *-..-' ฮั้วเลยถามพี่นุชไปว่า อย่างฮั้วแล้วเนี่ยะ สวยไม่พออีกหรอ
    *พี่นุชหนีออกนอกห้องเลยเจ๊
    *555555
    *ทนรับความจิงอันโหดร้ายไม่ไหว

    *~º•°o.O O.o°•... ::: _ T A R N ™_ ::: ...•°o.O O.o°•º~* (อะไรที่อยู่ในใจก็เก็บเอาไว้ มันมีความสุขแค่นี้ก็ดีมากมาย) พูดว่า:
    *เอิ้กๆ
    *ฮั้วก็ได้นา ยื่นแต่หน้าไปคุยไง อิอิ
    *เดี๋ยวจะส่งมิ้นท์ไปยั่ว 55
    *เจ้าของร้านยังไม่มีแฟนหรออ
    *แล่วหล่อป่าวว
    *อิอิ

    q((O)_(O))p..(F)(I).." You can be anything in this world,But tonight You're gonna be my dancer ".. (I)(F)..q((L)_(L))p พูดว่า:
    *เหนพี่นุชบอกว่าไม่ค่อยหล่อมากแต่ก็โอเคอ่า
    *ออกแนวม่อเยอะแต่ไม่มีแฟนเปนตัวเปนตน
    * มื้นต์ได้อยุ่ สวยๆ ^^
    *เอาหน้าฮั้ว หุ่นมิ้น ความสูงปามมี่ ผมกะตาเจ๊ แล้วก็คำพูดกี 555
    *เพอเฟค

    *~º•°o.O O.o°•... ::: _ T A R N ™_ ::: ...•°o.O O.o°•º~* (อะไรที่อยู่ในใจก็เก็บเอาไว้ มันมีความสุขแค่นี้ก็ดีมากมาย) พูดว่า:
    *โหยย คิดได้ไง เอิ้กๆ
    *แต่เพอเฟคจริงๆ อ่ะแหละ คริๆ
    *แล้วนี่พวกนั้นโทรไปจองกันยางอ่า
    *เราว่าพี่กะน้องเยอะอยู่ น่าจะสิบกว่าคน
    *กะว่าจะกินชั้นสองอ่ะ

    q((O)_(O))p..(F)(I).." You can be anything in this world,But tonight You're gonna be my dancer ".. (I)(F)..q((L)_(L))p พูดว่า:
    *เห็นว่าจองแล้วนะเจ๊ สิบแปดที่นั่งอ่า
    *คงพอแหละ
    *มีคนเทคน้องสองคนบ้างไหม?อ่า
    *แต่ฮั้วเกรงว่าร้านมันจะปิดซะก่อนไหมอ่า กว่าจะได้กินก็สี่ทุ่มกว่าแล้ว
    *ไม่แน่ใจว่า jeffer มันปิดกี่โมง

    *~º•°o.O O.o°•... ::: _ T A R N ™_ ::: ...•°o.O O.o°•º~* (อะไรที่อยู่ในใจก็เก็บเอาไว้ มันมีความสุขแค่นี้ก็ดีมากมาย) พูดว่า:
    *เออ น่านสิ ลืมนึกไปเลยย
    *เหอ ๆ
    *ใครจะไปกินสเต็กตอนสี่ทุ่มเนี่ย ฮ่าๆ

    q((O)_(O))p..(F)(I).." You can be anything in this world,But tonight You're gonna be my dancer ".. (I)(F)..q((L)_(L))p พูดว่า:
    *วันนี้ก็เลยถามกับปาลล์มมี่ไปแล้ว
    *แต่เห็นปามมี่บอกว่า ร้านมันคงรอ -..-'
    *แต่เหมือนเจ๊พูด คนทั่วไปคงไม่กินสะเต็กสี่ห้าทุ่ม

    ...
    ..


    ..
    ...



    ปล. สุดท้ายคะ วันพรุ่งนี้เปิดตัวพี่รหัสปีสี่ กับน้องปีหนึ่งค่ะ
    ไว้ฮั้วจะเอารูปมาให้ดูนะคะ ...


    June 03

    ฮั้ว ฮั้ว ฮั้ววววว ......... Huaaaaaaaa

    ฮั้วเปิดเทอมวันนี้เป็นวันที่สามแล้วค่ะ
    เทอมนี้ฮั้วเปลี่ยนหอพัก มาอยู่ที่หอพักของนักศึกษาพยาบาล
    (ที่เค้าอุตส่าห์ใจดี ให้ว่าที่เภสัชตัวอ้วนกลม มาอยู่อาศัยด้วยคน )

    อันที่จริงข้อดีของห้องพักก็มีตรงที่มันเป็นส่วนตัวมากกว่าหอเก่า
    และข้อดีอีกอย่างนึงก็คืออยู่ใกล้กับคณะเภสัชศาสตร์มากมาย.. ตรงกันข้ามฝั่งถนนเท่านั้นเองค่ะ
    แต่ข้อเสียนิดหน่อยของมันก็แค่ว่า ต้องปรับภูมิทัศน์เอาเองทั้งหมด
    เพราะว่าที่นี่เป็นตึกไม้ที่ค่อนข้างเก่า พอพอกับตึกหนึ่งของคณะเลยทีเดียว
    5555 ...
    ไว้ฮั้วแต่งห้องเสร็จแล้วจะเอามาให้ดูใหม่นะค่ะ


    ปัจจุบันก็อยู่แบบนี้ไปก่อนอ่ะนะ
    ( ฮั้วพักที่ชั้น 5 ค่ะ ซึ่งไม่มีลิฟต์ด้วยละ เวลาขนของขึ้นมาเนี่ยะ เหงื่อตก ฮ่ก ฮ่ก ^^ )



    ...
    ..

    เปิดเทอมมาได้สามวันฮั้วรู้สึกเหนื่อยมากมาย
    แต่ฮั้วก็ยังไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันสักทีเลยคะ กลับมาที่ห้องก็อ่านหนังสือ อ่าน อ่าน อ่าน อ่าน
    เทอมนี้เนื้อหาที่เรียนเยอะอย่างกะ .... ??? ฮั้วหลายๆคนรวมกัน
    บางครั้งก็ออกไปข้างนอก..ไปเป็นเพื่อนปุ๋ยซื้อบ้าง
    เริ่มรู้สึกตะหงิด ตะหงิด .. ++
    แต่ไงก็สู้ๆ ละนู๋ฮั้วววววววว


     
     
    ( ฮั้วชอบรูปที่ฮั้วยิ้ม เพราะเวลาเข้ามาดู ก็มีฮั้วที่ยิ้มให้ฮั้วอีกคน )
    ^^^^
    June 01

    เพลง สายไป [ Too late ]


    ไม่ว่าอะไรที่เคยให้เธอไปจนหมดใจ
    จากเพื่อนคนนึงที่เคยรู้ใจ ได้อย่างคนนี้
    เข้าข้างตัวเองเสมอ สักวันเธอคงจะรู้ดี
    เวลาผ่านไปทุกที อาจจะทำให้เธอได้เห็นใจ
    แม้นาฬิกายังคงเดินหมุนต่อไป แต่ฉันต้องหยุดหัวใจรักที่มี
    และในวันนี้คงเป็นแค่เพื่อนที่ดี เจอะกันได้เพียงแค่เพื่อนเท่านั้น

    อย่ามองกันด้วยสายตาแบบนั้น...มันทำให้ทั้งหัวใจฉันปวดร้าว
    สิ่งที่เคยให้เธอ ไปหมดทั้งหัวใจ.. ก็เธอไม่เคยจะมองไม่สนใจ


    อย่าบอกกันว่ารักเลย วันนี้...มันทำให้กลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว
    หากมีใจให้กัน แต่ทำไมจึงละเลย.. ทิ้งความรักคนคุ้นเคย
    ปล่อยเวลาให้ล่วงเลย จนสายไป...
     
    ( บางบทเพลงก็ทำให้เราเสียน้ำตาไปกับมันมากมาย... )
     
    May 23

    น่ากลัวววว ................ วววววว

    เมื่อเช้าฮั้วได้มีโอกาส( ตื่นทัน ) ไปเดินตลาดกับแม่ค่ะ ลืมบอกไปว่าที่บ้านฮั้วทำกับข้าวทานเองนะ
    ไม่นิยมอาหารสำเร็จรูปหรืออาหารถุงตามร้านค้าที่เรียงรายอยู่เต็มสองข้างทางฝั่งถนนค่ะ
    ด้วยความคิดที่ถูกต้องว่า ทำเองต้องสะอาดและอร่อยกว่าซื้อมาแน่นอน .. และฮั้วก็เห็นด้วยนะ
    ทุกเช้าถ้าหากฮั้วตื่นไหว ฮั้วจะไปเดินตลาดด้วยเสมอๆ ทั้งที่ก็ไม่รู้ว่าฮั้วจะซื้ออะไร
    อย่างน้อยฮั้วจะได้เช็คราคาสินค้า ว่าสิ่งไหนถูกสิ่งไหนแพง
    ฮั้วเดินผ่านหน้าร้านคุณยายแก่ๆที่ขายผักสด ผ่านหน้าป้าคนนึงที่นั่งสับหัวปลา เฉาะ เฉาะ ..
    น่ากลัวจัง.. ฮั้วไม่กล้าสับหัวปลานะ แม้ฮั้วจะชอบกินปลาก็เหอะ
    หากเดินตรงไปอีกนิดก็จะเจอกับกะละมังสีดำที่ด้านในนั้นมีตาข่ายที่ห่อเต่าตัวเล็กๆไว้
    ฮั้วคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย บางทีก็คิดว่า ..

    “ คนเรานี่ก็แปลกนะ จับเต่ามาเพื่อที่จะขาย และให้คนที่ซื้อนำเอาไปปล่อย “

    ถ้าฮั้วเป็นเต่าตัวนั้น ฮั้วก็คงรังเกียจพวกมนุษย์มากๆเลยอะ
    ก็มันเคยมีอิสระ และจับมันมาเพื่อที่จะกักขังไว้ชั่วคราว และก็ปล่อยให้มันมีอิสระในที่ๆมันไม่เคยอยู่
    ก็อย่างว่า… คนเรามันลึกซึ้งเกินกว่าที่เต่าจะเข้าใจ และฮั้วก็เช่นกัน ..คล้ายเต่าตัวนั้น
    การเดินทางในตลาดเช้านี้ค่อนข้างน่ากลัวในความรู้สึกของฮั้วเลยคะ
    ทางผ่านที่จะไปซื้อผักนั้น มีแผงปลาดุก ปลาไหล กบที่ลอกหนังเรียบร้อย
    ฮั้วจะไม่อะไรเลยนะหากฮั้วไม่เห็นอ่ะ
    แต่นี่ฮั้วเห็นและฮั้วก็เดินอยู่ตรงกลางระหว่างแผงปลาดุก และปลาไหล…
    เอ่อ ลำพังปลาไหลเป็นๆก็กลัวจะแย่อยู่แล้ว นี่ดันถลกหนังและผ่าหน้าท้องเลือดซิบๆอีก

    แม่เจ้า!! อยากเดินผ่านตรงนี้ไปให้เร็วทันใจ แต่คนด้านหน้าก็ดูจะเดินช้าซะเหลือเกิน...
    May 21

    ลมผ่านร้านกาแฟ....

    ในร้านกาแฟเล็กๆแห่งหนึ่ง มีแขวนกระดิ่งเล็กๆไว้ที่ประตูร้าน ทุกครั้งที่มีแขกเข้าร้าน ก็จะทำให้กระดิ่ง นั้นส่งเสียงดัง `Ding Ding`
    วันหนึ่ง มีผู้ชายคนหนึ่งอายุประมาณ 30 กว่าปีเข้ามาในร้านกาแฟนี้  เจ้าของร้านสาวสวยก็รีบออกมาต้อนรับให้เขานั่งด้านใน
    “กาแฟแก้วนึงครับ”
    “ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ”  เจ้าของร้านสาวพูดพลางยิ้มให้อย่างมีมารยาทแล้วก็ไปบดเม็ดกาแฟและตั้งกา ต้มกาแฟ
    ชายหนุ่มนั่งมองหญิงสาวอยู่ตลอด ไม่นานนัก เจ้าของร้านสาวก็นำกาแฟมาเสิร์ฟให้ที่โต๊ะชายหนุ่ม
    “ขอบคุณครับ คุณเพิ่งมาเป็นครั้งแรกใช่ไหม? ” 
    “ รู้สึกว่าที่นี่เป็นอย่างไรบ้างคะ?”   เจ้าของร้านสาวถาม
    “ใช่ครับ ผมรู้สึกว่าที่นี่บรรยากาศดีมากๆเลยครับ”
    “ฉันก็ชอบบรรยากาศของร้านนี้มากเหมือนกันถึงแม้ว่ากิจการร้านนี้ไม่ค่อยดีนัก ฉันกับสามีก็เสียดายไม่อยากจะปิดร้านทิ้ง” 
    ทั้งคู่เงียบไปสักพัก
    “ผมขอถามอะไรคุณบางอย่างได้ไหมครับ? เอ่อ... ก่อนที่จะถามคุณ ผมอยากจะเล่าเรื่องเรื่องหนึ่งให้คุณ “ฟังก่อน”
    ชายหนุ่มพูดถามขึ้นมา
    “ได้ค่ะ คุณพูดมาได้เลย” เจ้าของร้านสาวก็สนใจที่จะฟัง
    ชายหนุ่มก็เล่าเรื่องเรื่องหนึ่งซึ่งผ่านมานานมากแล้ว
    “เมื่อก่อนผมมีแฟนคนหนึ่ง เราสองคนก็ตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในอนาคตแล้วความรักของเรา สองคนนั้นถึงแม้จะธรรมดา
    แต่แค่นี้ผมก็พอใจแล้ว เพราะผมรักเธอมาก เพียงแค่มีเธออยู่ข้างๆผมก็มี ความสุขมากแล้ว แต่ทว่า ความสุขอันนี้มันช่างสั้นนัก
    หลังจากนั้นก็มีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้น ก่อนหน้าพิธีหมั้นของเราสองคนหนึ่งเดือน
    คืนนั้นผมมีธุระต้องทำ จึงไม่สามารถไปส่งเธอกลับบ้านได้ ในคืนนั้น เธอโดนคนร้ายรุมข่มขืน...”

    “ แล้วหลังจากนั้นเป็นอย่างไรคะ?  ความรู้สึกของคุณที่มีต่อเธอเปลี่ยนไปหรือ?”  เจ้าของร้านสาวถามด้วยความสงสาร
    “ถึงแม้จะมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น ความรักของผมที่มีให้เธอก็คงยังมั่นคงมิได้แปรเปลี่ยนเลยสักนิด ผมก็ ตั้งใจจะจัดพิธีหมั้นขึ้นตามเดิม
    แต่... เธอคิดไม่ตก เธอเชื่อว่าเธอไม่ได้เป็นเธอคนเดิมแล้ว ในวันหมั้นของเราสองคนวันนั้น เธอผูกคอตาย โชคยังดีที่ว่าพวกเราพบเธอได้เร็ว
    ช่วยชีวิตเธอไว้ได้แต่เพราะว่าสมองขาดออกซิเจนนานเกินไป
    ทำให้เธออยู่ในสภาพไม่มีความรู้สึกตัว และอาจจะไม่ฟื้นขึ้นมาเลยก็ได้...
    สุดท้าย เธอก็ฟื้นขึ้นมา เมื่อผมรู้ว่าเธอฟื้นขึ้นมาแล้วก็รีบไปหาเธอ แต่พ่อแม่เธอขวางกั้นผมไว้ไม่ให้ไปพบเธอ
     พวกเขาคุกเข่าลงมาขอร้องผมพูดว่าลูกสาวเขาตื่นกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเธอมาก
    ตอนนี้  กลายเป็นว่าความทรงจำบางส่วนได้หายไป หมอบอกว่าเมื่อคโดนกระตุ้นจิตใจอย่างแรง ก็อาจจะเลือกที่จะหลบหลีกความทางจำอันนั้นโดยการฝังลึกไว้ในใจตัวเอง
    ไม่ต้องการที่จะจำเรื่องเลวร้ายนั้นอีก  เธอลืมหมดทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวกับเขาด้วย พ่อแม่เธอขอร้องให้ผมอย่าเพิ่งไปพบเธอสักพัก
    เขาไม่ต้องการให้เธอนึกถึงเรื่องน่าเศร้านั้นอีกเพราะกลัวว่าเธอจะฆ่าตัวตายอีก ผมให้สัญญากับพ่อแม่ของเธอไว้ว่าจะไม่ไปพบเธอก่อนจะครบสิบปี
    ถึงแม้จะบังเอิญเจอกันในที่อื่น ก็จะทำเป็นไม่รู้จัก ไม่ทักทายกันเด็ดขาด ช่วงเวลานั้นมันช่างทรมานยิ่งนัก อยากรักเธอ แต่ไม่อาจทำได้
    อยากจะพบหน้าเธอ แต่ก็ไปพบไม่ได้ วันนี้ เป็นวันครบสิบปีนั้นแล้ว”


    “ขอแสดงความยินดีให้ด้วยค่ะ คุณรอคอยมาสิบปีแล้ว ในที่สุดวันนี้ก็สามารถไปพบเธอได้แล้ว”

    “ใช่ครับ แต่... ยิ่งใกล้ถึงเวลานี้ ผมก็ยิ่งกลัว สิบปีที่ผ่านมานี้ ความรักผมนั้นยังไม่เปลี่ยน แต่ตัวเธอล่ะ?
     ถ้าผมเล่าเรื่องในอดีตให้เธอฟังเธอก็ยังจำผมไม่ได้ แล้วผมจะทำยังไงดีล่ะ? หรือว่าเธอได้แต่งงานไปแล้ว ผมควรจะทำเช่นไรดี?
    เพราะเช่นนี้ ผมอยากจะถามคุณว่า คุณคิดอย่างไร? ถ้าแฟนผมคนนี้แต่งงานไปแล้ว ผมควรจะบอกให้เธอ ได้รับรู้เรื่องนี้มั้ย?”

    เจ้าของร้านสาวก็พูดอย่างจริงใจว่า
    “ถ้าสมมุติว่าเธอมีแฟนแล้ว ก็ไม่เป็นไร เพราะทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้ แต่งงานกัน คุณยังมีโอกาส
    แต่ถ้าเธอคนนั้นได้แต่งงานมีครอบครัวไปแล้ว คุณก็ไม่ควรไปทำลายครอบครัวเขา” ชายหนุ่มได้รับฟังแล้ว ก็แค่ตอบสั้นๆด้วยความผิดหวัง...

    “นั่นสินะ...”  `Ding Ding` พอดีเวลานี้ก็มีแขกคนอื่นเข้ามาในร้าน
    เจ้าของร้านสาวก็พูดกับชายหนุ่มว่า
    “ฉันต้องไปต้อนรับแขกแล้ว  เชิญตามสบายนะคะ”
    เธอเดินออกไปได้สองก้าว ก็หันกลับมาถามเขาว่า
    “จริงสิ คุณเพิ่งมาที่นี่เป็นครั้งแรก ยังไม่ค่อยสนิทกับฉัน มากนัก ทำไมถึงเล่าเรื่องนี้ให้ฉันฟังล่ะคะ?”
    ชายหนุ่มคิดสักครู่ถึงตอบออกมา
    “เพราะว่า เธอคนนั้นเคยพูดเอาไว้ว่า หลังแต่งงานแล้ว เธออยากจะเปิดร้านกาแฟเล็กๆอย่างนี้เหมือนกัน”
    “อ๋อ อย่างนี้เองหรือคะ”  พูดจบเธอก็หันหลังกลับเดินไปต้อนรับแขกที่เข้ามาใหม่
    ชายหนุ่มมองตามร่างของเจ้าของร้านสาวนั้น น้ำตาเขาค่อยๆหยาดไหลออกมา เขาตัดสินใจไม่บอกเธอว่า แท้จริงแล้วเขามาที่ร้านนี้เพื่ออะไร
    แฟนของเขาคนนั้น อยู่ใกล้แค่เอื้อม แต่ความสัมพันธ์ระหว่างเขาและเธอนั้นมันช่างไกลยิ่งนัก


    กาแฟในแก้วนั้น ก็ไม่รู้เย็นลงตั้งแต่เมื่อไหร่...

    May 19

    อยากได้ อ่ะอยากได้ อยากได้... !!

     

    ฮั้วอยากได้.... น่ารักจังค่ะ

    คลิป กับแม็กเน็ตก็น่าร๊ากกกกก

    May 11

    ::: Hua ::: งาน...

    ... อยู่ดีดี เครื่องโทรศัพท์เจ้ากรรมสั่นครืดครืด พร้อมกับเสียงเรียกเข้าเพลง Jump (Flo rida)
    และ...... ฮั้วได้รับเกียรติจากประธานชั้นปีให้เขียนบทความ บทความนึงค่ะ
    ในหัวข้อ " จากพี่ปี 4 ให้น้องปี 3 "เป็นความยาวสองหน้ากระดาษด้วยกัน
    เพื่อ .... เขียนลงในเฉลวของคณะในตอนเปิดเทอมค่ะ
    .


    แต่ประเด็นสำคัญก็คือว่า ... ณ ตอนนี้เซลล์ประสาทสมองส่วนน้อยน้อยของฮั้ว
    เกิดอาการติ๊งค์ต๊องค์ จดจำเรื่องราวตอนปีสามไม่ได้กระทันหัน แฮ่....
    ดังนั้น ฮั้วก็เลยยังไม่มี ไอเดียดีดี ในการเขียนบทความเลยค่ะ ฮี่ๆ.....
     


     
    May 03

    ::: Hua ::: Nothing else i can say

    ตลอดเวลาสองเดือนในช่วงปิดเทอม ฮั้วรู้สึกเหนื่อยอย่างมากมายค่ะ
    เหนื่อยกับการเดินทาง
    เหนื่อยกับความเครียดในหลายๆอย่างที่เข้ามากดดันฮั้ว
    บางทีฮั้วยังคิดเลยว่า หากฮั้วขจัดความเครียดได้ดีกว่าที่เป็นอยู่อีกสักนิด ก็คงดี

    ... ต่อจากนี้ ฮั้วจะพยายามเป็นคนที่มีความสุขแบบเต็มคนสักที ...