Prawpun 的个人资料::: Hua :::照片日志列表更多 工具 帮助

日志


5月23日

น่ากลัวววว ................ วววววว

เมื่อเช้าฮั้วได้มีโอกาส( ตื่นทัน ) ไปเดินตลาดกับแม่ค่ะ ลืมบอกไปว่าที่บ้านฮั้วทำกับข้าวทานเองนะ
ไม่นิยมอาหารสำเร็จรูปหรืออาหารถุงตามร้านค้าที่เรียงรายอยู่เต็มสองข้างทางฝั่งถนนค่ะ
ด้วยความคิดที่ถูกต้องว่า ทำเองต้องสะอาดและอร่อยกว่าซื้อมาแน่นอน .. และฮั้วก็เห็นด้วยนะ
ทุกเช้าถ้าหากฮั้วตื่นไหว ฮั้วจะไปเดินตลาดด้วยเสมอๆ ทั้งที่ก็ไม่รู้ว่าฮั้วจะซื้ออะไร
อย่างน้อยฮั้วจะได้เช็คราคาสินค้า ว่าสิ่งไหนถูกสิ่งไหนแพง
ฮั้วเดินผ่านหน้าร้านคุณยายแก่ๆที่ขายผักสด ผ่านหน้าป้าคนนึงที่นั่งสับหัวปลา เฉาะ เฉาะ ..
น่ากลัวจัง.. ฮั้วไม่กล้าสับหัวปลานะ แม้ฮั้วจะชอบกินปลาก็เหอะ
หากเดินตรงไปอีกนิดก็จะเจอกับกะละมังสีดำที่ด้านในนั้นมีตาข่ายที่ห่อเต่าตัวเล็กๆไว้
ฮั้วคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย บางทีก็คิดว่า ..

“ คนเรานี่ก็แปลกนะ จับเต่ามาเพื่อที่จะขาย และให้คนที่ซื้อนำเอาไปปล่อย “

ถ้าฮั้วเป็นเต่าตัวนั้น ฮั้วก็คงรังเกียจพวกมนุษย์มากๆเลยอะ
ก็มันเคยมีอิสระ และจับมันมาเพื่อที่จะกักขังไว้ชั่วคราว และก็ปล่อยให้มันมีอิสระในที่ๆมันไม่เคยอยู่
ก็อย่างว่า… คนเรามันลึกซึ้งเกินกว่าที่เต่าจะเข้าใจ และฮั้วก็เช่นกัน ..คล้ายเต่าตัวนั้น
การเดินทางในตลาดเช้านี้ค่อนข้างน่ากลัวในความรู้สึกของฮั้วเลยคะ
ทางผ่านที่จะไปซื้อผักนั้น มีแผงปลาดุก ปลาไหล กบที่ลอกหนังเรียบร้อย
ฮั้วจะไม่อะไรเลยนะหากฮั้วไม่เห็นอ่ะ
แต่นี่ฮั้วเห็นและฮั้วก็เดินอยู่ตรงกลางระหว่างแผงปลาดุก และปลาไหล…
เอ่อ ลำพังปลาไหลเป็นๆก็กลัวจะแย่อยู่แล้ว นี่ดันถลกหนังและผ่าหน้าท้องเลือดซิบๆอีก

แม่เจ้า!! อยากเดินผ่านตรงนี้ไปให้เร็วทันใจ แต่คนด้านหน้าก็ดูจะเดินช้าซะเหลือเกิน...
5月21日

ลมผ่านร้านกาแฟ....

ในร้านกาแฟเล็กๆแห่งหนึ่ง มีแขวนกระดิ่งเล็กๆไว้ที่ประตูร้าน ทุกครั้งที่มีแขกเข้าร้าน ก็จะทำให้กระดิ่ง นั้นส่งเสียงดัง `Ding Ding`
วันหนึ่ง มีผู้ชายคนหนึ่งอายุประมาณ 30 กว่าปีเข้ามาในร้านกาแฟนี้  เจ้าของร้านสาวสวยก็รีบออกมาต้อนรับให้เขานั่งด้านใน
“กาแฟแก้วนึงครับ”
“ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ”  เจ้าของร้านสาวพูดพลางยิ้มให้อย่างมีมารยาทแล้วก็ไปบดเม็ดกาแฟและตั้งกา ต้มกาแฟ
ชายหนุ่มนั่งมองหญิงสาวอยู่ตลอด ไม่นานนัก เจ้าของร้านสาวก็นำกาแฟมาเสิร์ฟให้ที่โต๊ะชายหนุ่ม
“ขอบคุณครับ คุณเพิ่งมาเป็นครั้งแรกใช่ไหม? ” 
“ รู้สึกว่าที่นี่เป็นอย่างไรบ้างคะ?”   เจ้าของร้านสาวถาม
“ใช่ครับ ผมรู้สึกว่าที่นี่บรรยากาศดีมากๆเลยครับ”
“ฉันก็ชอบบรรยากาศของร้านนี้มากเหมือนกันถึงแม้ว่ากิจการร้านนี้ไม่ค่อยดีนัก ฉันกับสามีก็เสียดายไม่อยากจะปิดร้านทิ้ง” 
ทั้งคู่เงียบไปสักพัก
“ผมขอถามอะไรคุณบางอย่างได้ไหมครับ? เอ่อ... ก่อนที่จะถามคุณ ผมอยากจะเล่าเรื่องเรื่องหนึ่งให้คุณ “ฟังก่อน”
ชายหนุ่มพูดถามขึ้นมา
“ได้ค่ะ คุณพูดมาได้เลย” เจ้าของร้านสาวก็สนใจที่จะฟัง
ชายหนุ่มก็เล่าเรื่องเรื่องหนึ่งซึ่งผ่านมานานมากแล้ว
“เมื่อก่อนผมมีแฟนคนหนึ่ง เราสองคนก็ตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในอนาคตแล้วความรักของเรา สองคนนั้นถึงแม้จะธรรมดา
แต่แค่นี้ผมก็พอใจแล้ว เพราะผมรักเธอมาก เพียงแค่มีเธออยู่ข้างๆผมก็มี ความสุขมากแล้ว แต่ทว่า ความสุขอันนี้มันช่างสั้นนัก
หลังจากนั้นก็มีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้น ก่อนหน้าพิธีหมั้นของเราสองคนหนึ่งเดือน
คืนนั้นผมมีธุระต้องทำ จึงไม่สามารถไปส่งเธอกลับบ้านได้ ในคืนนั้น เธอโดนคนร้ายรุมข่มขืน...”

“ แล้วหลังจากนั้นเป็นอย่างไรคะ?  ความรู้สึกของคุณที่มีต่อเธอเปลี่ยนไปหรือ?”  เจ้าของร้านสาวถามด้วยความสงสาร
“ถึงแม้จะมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น ความรักของผมที่มีให้เธอก็คงยังมั่นคงมิได้แปรเปลี่ยนเลยสักนิด ผมก็ ตั้งใจจะจัดพิธีหมั้นขึ้นตามเดิม
แต่... เธอคิดไม่ตก เธอเชื่อว่าเธอไม่ได้เป็นเธอคนเดิมแล้ว ในวันหมั้นของเราสองคนวันนั้น เธอผูกคอตาย โชคยังดีที่ว่าพวกเราพบเธอได้เร็ว
ช่วยชีวิตเธอไว้ได้แต่เพราะว่าสมองขาดออกซิเจนนานเกินไป
ทำให้เธออยู่ในสภาพไม่มีความรู้สึกตัว และอาจจะไม่ฟื้นขึ้นมาเลยก็ได้...
สุดท้าย เธอก็ฟื้นขึ้นมา เมื่อผมรู้ว่าเธอฟื้นขึ้นมาแล้วก็รีบไปหาเธอ แต่พ่อแม่เธอขวางกั้นผมไว้ไม่ให้ไปพบเธอ
 พวกเขาคุกเข่าลงมาขอร้องผมพูดว่าลูกสาวเขาตื่นกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเธอมาก
ตอนนี้  กลายเป็นว่าความทรงจำบางส่วนได้หายไป หมอบอกว่าเมื่อคโดนกระตุ้นจิตใจอย่างแรง ก็อาจจะเลือกที่จะหลบหลีกความทางจำอันนั้นโดยการฝังลึกไว้ในใจตัวเอง
ไม่ต้องการที่จะจำเรื่องเลวร้ายนั้นอีก  เธอลืมหมดทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวกับเขาด้วย พ่อแม่เธอขอร้องให้ผมอย่าเพิ่งไปพบเธอสักพัก
เขาไม่ต้องการให้เธอนึกถึงเรื่องน่าเศร้านั้นอีกเพราะกลัวว่าเธอจะฆ่าตัวตายอีก ผมให้สัญญากับพ่อแม่ของเธอไว้ว่าจะไม่ไปพบเธอก่อนจะครบสิบปี
ถึงแม้จะบังเอิญเจอกันในที่อื่น ก็จะทำเป็นไม่รู้จัก ไม่ทักทายกันเด็ดขาด ช่วงเวลานั้นมันช่างทรมานยิ่งนัก อยากรักเธอ แต่ไม่อาจทำได้
อยากจะพบหน้าเธอ แต่ก็ไปพบไม่ได้ วันนี้ เป็นวันครบสิบปีนั้นแล้ว”


“ขอแสดงความยินดีให้ด้วยค่ะ คุณรอคอยมาสิบปีแล้ว ในที่สุดวันนี้ก็สามารถไปพบเธอได้แล้ว”

“ใช่ครับ แต่... ยิ่งใกล้ถึงเวลานี้ ผมก็ยิ่งกลัว สิบปีที่ผ่านมานี้ ความรักผมนั้นยังไม่เปลี่ยน แต่ตัวเธอล่ะ?
 ถ้าผมเล่าเรื่องในอดีตให้เธอฟังเธอก็ยังจำผมไม่ได้ แล้วผมจะทำยังไงดีล่ะ? หรือว่าเธอได้แต่งงานไปแล้ว ผมควรจะทำเช่นไรดี?
เพราะเช่นนี้ ผมอยากจะถามคุณว่า คุณคิดอย่างไร? ถ้าแฟนผมคนนี้แต่งงานไปแล้ว ผมควรจะบอกให้เธอ ได้รับรู้เรื่องนี้มั้ย?”

เจ้าของร้านสาวก็พูดอย่างจริงใจว่า
“ถ้าสมมุติว่าเธอมีแฟนแล้ว ก็ไม่เป็นไร เพราะทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้ แต่งงานกัน คุณยังมีโอกาส
แต่ถ้าเธอคนนั้นได้แต่งงานมีครอบครัวไปแล้ว คุณก็ไม่ควรไปทำลายครอบครัวเขา” ชายหนุ่มได้รับฟังแล้ว ก็แค่ตอบสั้นๆด้วยความผิดหวัง...

“นั่นสินะ...”  `Ding Ding` พอดีเวลานี้ก็มีแขกคนอื่นเข้ามาในร้าน
เจ้าของร้านสาวก็พูดกับชายหนุ่มว่า
“ฉันต้องไปต้อนรับแขกแล้ว  เชิญตามสบายนะคะ”
เธอเดินออกไปได้สองก้าว ก็หันกลับมาถามเขาว่า
“จริงสิ คุณเพิ่งมาที่นี่เป็นครั้งแรก ยังไม่ค่อยสนิทกับฉัน มากนัก ทำไมถึงเล่าเรื่องนี้ให้ฉันฟังล่ะคะ?”
ชายหนุ่มคิดสักครู่ถึงตอบออกมา
“เพราะว่า เธอคนนั้นเคยพูดเอาไว้ว่า หลังแต่งงานแล้ว เธออยากจะเปิดร้านกาแฟเล็กๆอย่างนี้เหมือนกัน”
“อ๋อ อย่างนี้เองหรือคะ”  พูดจบเธอก็หันหลังกลับเดินไปต้อนรับแขกที่เข้ามาใหม่
ชายหนุ่มมองตามร่างของเจ้าของร้านสาวนั้น น้ำตาเขาค่อยๆหยาดไหลออกมา เขาตัดสินใจไม่บอกเธอว่า แท้จริงแล้วเขามาที่ร้านนี้เพื่ออะไร
แฟนของเขาคนนั้น อยู่ใกล้แค่เอื้อม แต่ความสัมพันธ์ระหว่างเขาและเธอนั้นมันช่างไกลยิ่งนัก


กาแฟในแก้วนั้น ก็ไม่รู้เย็นลงตั้งแต่เมื่อไหร่...

5月19日

อยากได้ อ่ะอยากได้ อยากได้... !!

 

ฮั้วอยากได้.... น่ารักจังค่ะ

คลิป กับแม็กเน็ตก็น่าร๊ากกกกก

5月11日

::: Hua ::: งาน...

... อยู่ดีดี เครื่องโทรศัพท์เจ้ากรรมสั่นครืดครืด พร้อมกับเสียงเรียกเข้าเพลง Jump (Flo rida)
และ...... ฮั้วได้รับเกียรติจากประธานชั้นปีให้เขียนบทความ บทความนึงค่ะ
ในหัวข้อ " จากพี่ปี 4 ให้น้องปี 3 "เป็นความยาวสองหน้ากระดาษด้วยกัน
เพื่อ .... เขียนลงในเฉลวของคณะในตอนเปิดเทอมค่ะ
.


แต่ประเด็นสำคัญก็คือว่า ... ณ ตอนนี้เซลล์ประสาทสมองส่วนน้อยน้อยของฮั้ว
เกิดอาการติ๊งค์ต๊องค์ จดจำเรื่องราวตอนปีสามไม่ได้กระทันหัน แฮ่....
ดังนั้น ฮั้วก็เลยยังไม่มี ไอเดียดีดี ในการเขียนบทความเลยค่ะ ฮี่ๆ.....
 


 
5月3日

::: Hua ::: Nothing else i can say

ตลอดเวลาสองเดือนในช่วงปิดเทอม ฮั้วรู้สึกเหนื่อยอย่างมากมายค่ะ
เหนื่อยกับการเดินทาง
เหนื่อยกับความเครียดในหลายๆอย่างที่เข้ามากดดันฮั้ว
บางทีฮั้วยังคิดเลยว่า หากฮั้วขจัดความเครียดได้ดีกว่าที่เป็นอยู่อีกสักนิด ก็คงดี

... ต่อจากนี้ ฮั้วจะพยายามเป็นคนที่มีความสุขแบบเต็มคนสักที ...